การนอน
- ควรนอนหนุนหมอนสูง หรือยกศีรษะให้สูงกว่าระดับลำตัวอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด เพื่อช่วยลดอาการบวมและฟกช้ำ
การใช้ยาทาและยารับประทาน
- ยารับประทาน: ควรรับประทานยาตามที่ศัลยแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และเข้าพบศัลยแพทย์ตามนัดหมาย เพื่อติดตามอาการหลังการผ่าตัด
- ยาขี้ผึ้งสำหรับทาแผล: ทาขี้ผึ้งยาที่คลินิกจัดให้บาง ๆ บริเวณแผลผ่าตัดในช่วงเช้าและเย็นหลังเปิดแผล หรือระหว่างวันหากแผลแห้ง ตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ จนกว่าแพทย์จะสั่งให้หยุดใช้
- ยา วิตามิน และอาหารเสริม: ควรแจ้งศัลยแพทย์เกี่ยวกับยา วิตามิน และอาหารเสริมทุกชนิดที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin, NSAIDs และ Heparin เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกระหว่างหรือหลังการผ่าตัด ทั้งนี้ห้ามหยุดยาประจำตัวหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดด้วยตนเอง ควรให้แพทย์ผู้สั่งยาและศัลยแพทย์พิจารณาร่วมกันก่อนการปรับหรือหยุดยา
การทำแผล
- การเปิดแผล: คลินิกจะนัดเปิดแผลในวันรุ่งขึ้น หรือประมาณ 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด แต่ในบางกรณีอาจนัดเปิดแผลในวันที่ 3 ตามดุลยพินิจของศัลยแพทย์
- การทำความสะอาดแผล: หลังเปิดแผล ให้ทำความสะอาดตามคำแนะนำของคลินิก โดยใช้ผ้าก๊อซสะอาดชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อ ประคบบริเวณแผลอย่างเบามือประมาณ 10–15 นาที เพื่อช่วยให้คราบสกปรกและน้ำเหลืองอ่อนตัวและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น จากนั้นทาขี้ผึ้งยาที่คลินิกจัดให้บาง ๆ บริเวณแผลในช่วงเช้าและเย็น หรือเมื่อแผลแห้งตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ กรณีใช้ Stratamed Gel หากศัลยแพทย์สั่งให้ใช้ Stratamed Gel ร่วมกับขี้ผึ้งยา ควรปฏิบัติตามลำดับและวิธีใช้ที่แพทย์กำหนด โดยไม่ควรทาผลิตภัณฑ์หลายชนิดทับกันเองหากไม่ได้รับคำแนะนำ
- หลีกเลี่ยงสารที่อาจระคายเคืองแผล: ไม่ควรทาแอลกอฮอล์หรือเบตาดีนลงบนแผลผ่าตัดด้วยตนเอง เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากศัลยแพทย์
- การตัดไหม: ศัลยแพทย์จะนัดตัดไหมประมาณ 7–10 วันหลังการผ่าตัด หรือตามความเหมาะสมของการสมานตัวของแผล
การดูแลตัวเองทั่วไป
- หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลผ่าตัดเปียกน้ำจนกว่าแผลจะเริ่มแห้ง โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 4–5 วัน หรือตามคำแนะนำของศัลยแพทย์
- สามารถสระผมได้เมื่อศัลยแพทย์อนุญาตและแผลผ่าตัดอยู่ในสภาพที่เหมาะสม โดยทั่วไปอาจเริ่มได้ประมาณวันที่ 4–5 หลังการผ่าตัด ควรสระผมด้วยความระมัดระวัง หากแผลสัมผัสน้ำหรือแชมพู ให้ทำความสะอาดและซับให้แห้งอย่างเบามือ จากนั้นใช้ขี้ผึ้งยาตามคำแนะนำของแพทย์
- งดอาหารรสจัด เช่น อาหารรสหวานจัด เค็มจัด เผ็ดจัด อาหารหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ตามแนวทางของคลินิก
- งดการออกกำลังกายหนักเป็นเวลา 1 เดือน หรือจนกว่าศัลยแพทย์จะอนุญาต
- งดสูบบุหรี่เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน เนื่องจากการสูบบุหรี่อาจทำให้แผลหายช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของแผล
- การประคบเย็น: สามารถประคบเย็นอย่างเบามือในช่วง 1–2 วันแรกหลังการผ่าตัด เพื่อลดอาการบวม โดยหลีกเลี่ยงการกดทับแผลโดยตรง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
- หากมีอาการท้องผูกหรือเป็นหวัดหลังการผ่าตัด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือศัลยแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลอย่างเหมาะสม
ผ้ารัดและผ้ายืดพันศีรษะและใบหน้า
- ช่วง 3 วันแรก: สวมผ้ารัดศีรษะและใบหน้าตลอดเวลาตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ ยกเว้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่คลินิกเปิดแผลเพื่อทำความสะอาด โดยไม่ควรปรับความแน่นหรือถอดเองหากไม่ได้รับอนุญาต
- หลังตัดไหม: ศัลยแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ผ้ายืดรัดศีรษะและใบหน้าชนิดพิเศษที่คลินิกจัดเตรียมไว้ขณะอยู่บ้านหรือในเวลากลางคืน อย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมง เป็นระยะเวลาประมาณ 1–3 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาและความกระชับของผ้ารัดขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัดและดุลยพินิจของศัลยแพทย์
การดูแลขวดและสายระบายหลังผ่าตัด
ในกรณีที่ศัลยแพทย์ใส่ขวดและสายระบายเพื่อระบายเลือดหรือน้ำเหลืองที่อาจค้างอยู่บริเวณแผลผ่าตัด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
- ระวังการดึงรั้งสายระบาย: หลีกเลี่ยงการดึง กระชาก หรือทำให้สายระบายเกี่ยวกับเสื้อผ้าและสิ่งของต่าง ๆ เพื่อป้องกันสายเลื่อนหลุด
- การดูแลสายระบาย: หากศัลยแพทย์กำหนดให้รูดสายระบาย (Drain Milking) เจ้าหน้าที่จะสอนวิธีและความถี่ที่เหมาะสมให้ก่อนกลับบ้าน ไม่ควรรูดหรือบีบสายระบายด้วยตนเองหากยังไม่ได้รับคำแนะนำ
- การถอดสายระบาย: ศัลยแพทย์อาจพิจารณาถอดขวดและสายระบายในวันรุ่งขึ้น หรือประมาณ 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใส่สายระบายต่ออีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของเหลวที่ระบายออก ลักษณะของแผล และการประเมินของศัลยแพทย์