PRP | Platelet-Rich Plasma

PRP (Platelet-Rich Plasma) หรือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น เป็นหัตถการที่นำเลือดของผู้รับบริการเองมาผ่านกระบวนการแยกส่วน เพื่อเตรียมพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดในความเข้มข้นที่เหมาะสม ก่อนนำกลับมาใช้ในบริเวณที่ต้องการรักษา

เกล็ดเลือดมีสารชีวภาพและ Growth Factors ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมและการตอบสนองของเนื้อเยื่อ PRP จึงถูกนำมาใช้ในเวชศาสตร์หลายด้าน รวมถึง การดูแลภาวะผมบางและการฟื้นฟูคุณภาพผิว ในผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม

ที่ Dr. Gorn Aesthetique แพทย์จะประเมิน Skin Quality, Hair & Scalp Condition และเป้าหมายของการรักษา ก่อนพิจารณาว่า PRP เหมาะสมกับแต่ละบุคคลหรือไม่

PRP คืออะไร?

PRP ย่อมาจาก Platelet-Rich Plasma เป็นผลิตภัณฑ์ที่เตรียมจากเลือดของผู้รับบริการเอง โดยนำเลือดมาผ่านกระบวนการแยกส่วนเพื่อให้ได้ Plasma ที่มีเกล็ดเลือดในระดับที่เหมาะกับวิธีการรักษา

กระบวนการโดยทั่วไปประกอบด้วย

  • เก็บเลือดจากผู้รับบริการ
  • นำเลือดเข้าสู่กระบวนการแยกส่วน
  • เตรียม Platelet-Rich Plasma
  • นำ PRP ไปใช้ในบริเวณที่ต้องการตามแผนการรักษา

รายละเอียดของการเตรียม PRP อาจแตกต่างกันตามระบบและ Protocol ที่ใช้

PRP มี Growth Factors อย่างไร?

Platelets ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสารชีวภาพหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตอบสนองและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

เมื่อ Platelets ถูกกระตุ้น จะสามารถปล่อย Growth Factors และ Mediators หลายชนิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางชีวภาพของเนื้อเยื่อ

อย่างไรก็ตาม ผลของ PRP ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งวิธีเตรียม ความเข้มข้นของ Platelets ลักษณะของ PRP และสภาพของผู้รับบริการ

PRP ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?

ในด้าน Aesthetic Medicine สามารถนำ PRP มาประเมินเพื่อใช้ในหลายวัตถุประสงค์ เช่น

  • ดูแลภาวะผมบางบางประเภท
  • ดูแลสุขภาพหนังศีรษะตามข้อบ่งชี้
  • ฟื้นฟู Skin Quality
  • ดูแล Texture ของผิว
  • ใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Facial Rejuvenation
  • ใช้ร่วมกับหัตถการอื่นในบางแผนการรักษา

PRP ไม่ใช่การรักษาที่เหมาะกับทุกปัญหา จึงควรประเมินสาเหตุก่อนเลือกใช้

PRP สำหรับผมบางและผมร่วง

PRP Hair Treatment เป็นหนึ่งในการประยุกต์ใช้ PRP ที่ได้รับความสนใจ โดยนำ PRP มาใช้บริเวณหนังศีรษะเพื่อสนับสนุนสภาพแวดล้อมของ Hair Follicles ในผู้ที่มีภาวะผมบางบางประเภท

ก่อนทำควรประเมินสาเหตุของ Hair Loss เนื่องจากผมร่วงสามารถเกิดจากหลายปัจจัย เช่น

  • Androgenetic Alopecia
  • การเปลี่ยนแปลงของ Hair Growth Cycle
  • ภาวะทางโภชนาการบางประเภท
  • ยาหรือภาวะทางร่างกาย
  • โรคของหนังศีรษะ
  • Scarring Alopecia บางประเภท

PRP จึงไม่ควรถูกใช้แทนการวินิจฉัยสาเหตุของผมร่วง

PRP ช่วยให้ผมขึ้นใหม่ไหม?

ผลของ PRP ต่อเส้นผมขึ้นอยู่กับ สภาพของ Hair Follicles และสาเหตุของ Hair Loss

ในผู้ที่ยังมี Follicles อยู่และมีภาวะที่เหมาะสม PRP อาจถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางดูแลเพื่อสนับสนุนความหนาแน่นหรือคุณภาพของเส้นผม

แต่หากบริเวณนั้นไม่มี Hair Follicles ที่สามารถสร้างเส้นผมได้แล้ว PRP ไม่สามารถสร้างรากผมใหม่ขึ้นมาแทนได้

ในกรณีดังกล่าว อาจต้องประเมิน Hair Transplantation หากมีข้อบ่งชี้

PRP ใช้ร่วมกับ Hair Transplantation ได้ไหม?

สามารถนำมาพิจารณาร่วมกับการปลูกผมในบาง Protocol ได้ แต่ไม่ควรถือว่า PRP เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ Hair Transplantation ทุกกรณี

แพทย์จะประเมิน Hair Loss Pattern, Donor Area, Scalp Condition และแผนการรักษาก่อนพิจารณาว่าการใช้ PRP เพิ่มเติมมีความเหมาะสมหรือไม่

PRP สำหรับฟื้นฟูผิวหน้า

PRP สามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Skin Rejuvenation โดยมีเป้าหมายเกี่ยวกับการตอบสนองและกระบวนการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อ

อาจนำมาพิจารณาในผู้ที่ต้องการดูแล

  • Skin Quality
  • Skin Texture
  • ความเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย
  • ริ้วรอยตื้นบางประเภท
  • ภาพรวมของผิวที่ดูไม่เรียบเนียน

อย่างไรก็ตาม PRP ไม่ใช่ Filler จึงไม่ได้มีเป้าหมายหลักในการเพิ่ม Volume หรือสร้าง Contour ของใบหน้า

PRP ต่างจาก Skin Booster อย่างไร?

PRP เตรียมจากเลือดของผู้รับบริการเองและใช้ Platelets รวมถึงสารชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตอบสนองของเนื้อเยื่อ

ส่วน Skin Booster เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับฉีดที่มีส่วนประกอบแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ เช่น Hyaluronic Acid และมักเน้น Hydration หรือ Skin Quality

ดังนั้นทั้งสองวิธีมีหลักการและคุณสมบัติแตกต่างกัน

PRP ต่างจาก Biostimulator อย่างไร?

แม้ทั้งสองแนวทางจะเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

PRP เป็น Autologous Treatment ที่เตรียมจากเลือดของผู้รับบริการเอง ส่วน Biostimulator เป็นผลิตภัณฑ์ฉีดที่มีสารออกฤทธิ์เฉพาะ เช่น PLLA หรือ CaHA ในบางผลิตภัณฑ์ เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อตามกลไกของสารนั้น

การเลือกวิธีขึ้นอยู่กับปัญหา Anatomy และเป้าหมายของการรักษา

PRP ต้องทำกี่ครั้ง?

ไม่มีจำนวนครั้งที่เหมาะสมเหมือนกันสำหรับทุกคน

จำนวน Session และระยะห่างขึ้นอยู่กับ

  • จุดประสงค์ของการรักษา
  • ปัญหาผิวหรือเส้นผม
  • Protocol ที่ใช้
  • สภาพของ Hair Follicles
  • อายุและสภาพเนื้อเยื่อ
  • การตอบสนองของแต่ละบุคคล

แพทย์ควรประเมินผลระหว่างการรักษาก่อนกำหนดแผนในระยะต่อไป

PRP เห็นผลเมื่อไร?

PRP ไม่ใช่หัตถการที่ให้ผลด้านการฟื้นฟูทั้งหมดทันที เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกระบวนการตอบสนองของเนื้อเยื่อ

หากใช้กับเส้นผม การประเมินต้องคำนึงถึง Hair Growth Cycle ซึ่งใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลง

หากใช้กับผิว การเปลี่ยนแปลงของ Skin Quality ก็อาจเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผลแตกต่างกันตามสภาพผิวและ Protocol

PRP ใช้เลือดของตัวเอง ปลอดภัย 100% หรือไม่?

ไม่ควรกล่าวว่า PRP ปลอดภัย 100%

แม้จะใช้เลือดของผู้รับบริการเอง ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับสารเติมเต็มจากภายนอกบางประเภท แต่กระบวนการเก็บเลือด เตรียม และนำ PRP กลับเข้าสู่ร่างกายยังเป็นหัตถการทางการแพทย์

ความเสี่ยงที่อาจพบ เช่น

  • ปวดหรือกดเจ็บ
  • บวม
  • ช้ำ
  • เลือดออกบริเวณที่ทำ
  • การติดเชื้อ
  • การตอบสนองต่อหัตถการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

จึงควรดำเนินการด้วยเทคนิคปลอดเชื้อและภายใต้การดูแลของแพทย์

ใครบ้างที่อาจเหมาะกับ PRP?

สามารถเข้ารับการประเมินได้หาก

  • มีผมบางบางประเภท
  • ต้องการดูแล Hair & Scalp Health
  • ต้องการฟื้นฟู Skin Quality
  • ต้องการใช้ Autologous Treatment
  • ต้องการวางแผน PRP ร่วมกับ Hair Transplantation ตามข้อบ่งชี้
  • ต้องการดูแลผิวร่วมกับหัตถการอื่นตามการประเมิน

ผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาบางประเภท หรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับเลือดและเกล็ดเลือด ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ

หลังทำ PRP ต้องดูแลอย่างไร?

หลังทำอาจมีอาการแดง บวม กดเจ็บ หรือช้ำบริเวณที่รักษาได้ชั่วคราว

ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือรบกวนบริเวณที่ทำโดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับการทำความสะอาด การสระผม หรือการใช้ผลิตภัณฑ์บนผิวตามตำแหน่งที่รักษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศัลยกรรมจมูก (FAQ)

PRP ย่อมาจากอะไร?

PRP ย่อมาจาก Platelet-Rich Plasma หรือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งเตรียมจากเลือดของผู้รับบริการเอง

สามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผมบางบางประเภท แต่ควรประเมินสาเหตุของ Hair Loss และสภาพของ Hair Follicles ก่อน

PRP ไม่ได้สร้าง Hair Follicles ใหม่ หากบริเวณนั้นไม่มีรากผมที่สามารถสร้างเส้นผมได้แล้ว อาจต้องประเมิน Hair Transplantation แทน

อาจนำมาใช้เพื่อดูแล Skin Quality และริ้วรอยตื้นบางประเภท แต่ไม่สามารถทดแทน Botox, Filler หรือการรักษาอื่นในทุกกรณี เพราะริ้วรอยแต่ละประเภทมีสาเหตุแตกต่างกัน

สามารถพิจารณาใช้ร่วมกันในบางแผนการรักษา แต่ความจำเป็นและช่วงเวลาที่เหมาะสมควรได้รับการประเมินโดยแพทย์

บริการอื่น ๆ