การดูแลตัวเองหลังการทำ Pico Laser
- การหลีกเลี่ยงแสงแดด: งดตากแดดจัดเป็นเวลานานประมาณ 3–4 สัปดาห์ และควรใช้ครีมกันแดด SPF มากกว่า 30 บริเวณที่ทำเลเซอร์อย่างน้อย 1 เดือน โดยเริ่มทาเมื่อสภาพผิวเหมาะสมและแพทย์อนุญาต หากยังมีแผลเปิดหรือสะเก็ดควรป้องกันแสงแดดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
- การป้องกันการบาดเจ็บของผิวหนัง: หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือการสัมผัสที่อาจทำให้ผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์เกิดการบาดเจ็บในช่วง 5 วันแรกหลังทำหัตถการ
- การอาบน้ำ: งดการอาบน้ำร้อนจัด (Hot Baths) และหลีกเลี่ยงความร้อนที่อาจกระตุ้นให้ผิวหนังระคายเคืองหลังทำเลเซอร์
- การออกกำลังกาย: งดการออกกำลังกายหนัก โดยเฉพาะกีฬาหรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเสียดสีบริเวณที่ทำเลเซอร์เป็นเวลาประมาณ 5 วัน
- การนวดและสครับผิว: งดการนวดหน้าและการสครับหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการบาดเจ็บของผิวหนัง
- ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ควรหลีกเลี่ยง: งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Whitening Agents, AHA และ Vitamin A เป็นเวลาประมาณ 5–7 วันหลังทำเลเซอร์ หรือหากมีสะเก็ดควรรอให้สะเก็ดหลุดออกเองแล้วอีกประมาณ 5 วัน ก่อนกลับมาใช้ตามคำแนะนำของแพทย์
- การแต่งหน้าและทำความสะอาดผิว: สำหรับการทำเลเซอร์ที่ไม่มีแผลเปิดหรือสะเก็ด อาจเริ่มแต่งหน้าแบบเบา ๆ ได้หลังทำประมาณ 1 วัน ตามคำแนะนำของแพทย์ ในช่วง 5 วันแรกควรล้างเครื่องสำอางอย่างนุ่มนวลด้วยน้ำสะอาดหรือเจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน และงดใช้โทนเนอร์ (Toner) หรือผลิตภัณฑ์คลีนซิ่งที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองเป็นเวลาประมาณ 7 วัน
- อาการบวมแดงหลังทำเลเซอร์: อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อยบริเวณที่ทำเลเซอร์ ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 1–3 วัน หากอาการรุนแรงขึ้นหรือมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
- การดูแลสะเก็ดแผล: สำหรับการทำเลเซอร์แบบลึกที่ทำให้เกิดสะเก็ด สะเก็ดอาจค่อย ๆ หลุดออกเองภายในประมาณ 5–10 วัน ห้ามแกะหรือเกาสะเก็ดโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำ การติดเชื้อ และแผลเป็น
หมายเหตุ
- เป้าหมายของการรักษา: การรักษากระ ฝ้า และกระแดด ควรมุ่งเน้นให้รอยสีผิวจางลงอย่างปลอดภัย เนื่องจากปัญหาเม็ดสีบางประเภท โดยเฉพาะฝ้า อาจไม่หายขาดและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวสีเข้มหรือผิวแบบชาวเอเชียบางกลุ่ม
- ปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้ฝ้าและกระกลับมาเป็นซ้ำ: ฝ้า กระ และกระแดดอาจกลับมาเข้มขึ้นหรือเกิดรอยใหม่ได้จากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่
- แสงแดดและความร้อน: การสัมผัสแสงแดดจัดหรือความร้อนเป็นประจำอาจกระตุ้นให้ปัญหาเม็ดสีเข้มขึ้น โดยเฉพาะฝ้า
- การเสียดสีและการระคายเคือง: การเสียดสีหรือระคายเคืองผิวหนังซ้ำ ๆ อาจส่งผลให้เกิดรอยดำหลังการอักเสบหรือทำให้ปัญหาเม็ดสีแย่ลง
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ระหว่างตั้งครรภ์ หรือจากการใช้ยาคุมกำเนิดบางชนิด อาจกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้นในบางราย
- การใช้ผลิตภัณฑ์ลดเม็ดสี: แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Whitening Cream) ตามคำแนะนำของแพทย์ ร่วมกับครีมกันแดดและครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสนับสนุนผลการรักษาร่วมกับ Pico Laser และช่วยลดโอกาสที่ฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
- การใช้ครีมบำรุงและครีมกันแดดหลังเลเซอร์: สำหรับครีมบำรุงผิว (Anti-Age Moisturizer) และครีมกันแดด (Sunscreen) เช่น UV Foundation Cream และ UV Milky Lotion อาจเริ่มใช้ได้หลังทำ Treatment หรือ Laser ในกรณีที่ไม่มีแผลเปิดหรือสะเก็ดและแพทย์อนุญาต โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวหนัง
- การเริ่มใช้ครีมลดฝ้าและกระ: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดฝ้าและกระที่มี Whitening Agents เช่น Mela Clear Cream ควรรอให้อาการระคายเคืองลดลงก่อน โดยทั่วไปอาจเริ่มใช้ได้ประมาณ 5–7 วันหลังทำ Treatment หรือ Laser หากไม่มีสะเก็ดหรือแผลเปิด กรณีที่มีสะเก็ด: ควรรอให้สะเก็ดหลุดออกเองแล้วอีกประมาณ 5 วัน ก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของแพทย์
- ระยะห่างในการทำเลเซอร์: ควรเว้นระยะระหว่างการทำเลเซอร์แต่ละครั้งประมาณ 3–6 สัปดาห์ โดยขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของสภาพผิว การฟื้นตัวหลังทำหัตถการ ชนิดของเลเซอร์ และดุลยพินิจของแพทย์