โบท็อกซ์ ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า

Botox หรือ Botulinum Toxin เป็นหัตถการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินเพื่อช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะตำแหน่ง สามารถนำมาใช้เพื่อ ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ปรับรูปหน้า ลดความเด่นของกล้ามเนื้อกราม และปรับสมดุลของกล้ามเนื้อบนใบหน้า โดยตำแหน่งและปริมาณที่ใช้ต้องได้รับการประเมินตาม Anatomy และการทำงานของกล้ามเนื้อแต่ละบุคคล

ที่ Dr. Gorn Aesthetique การฉีด Botox จะพิจารณาทั้ง Facial Anatomy, Muscle Movement, Facial Expression และ Facial Proportion เพื่อกำหนดตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการเคลื่อนไหวและลักษณะเฉพาะของใบหน้า

Botox คืออะไร?

Botox เป็นชื่อที่นิยมใช้เรียกการฉีด Botulinum Toxin Type A ซึ่งออกฤทธิ์ลดการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดชั่วคราว ทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อลดลง

ในด้านความงามสามารถนำมาใช้กับหลายบริเวณ เช่น

  • ริ้วรอยหน้าผาก
  • รอยขมวดคิ้ว
  • ริ้วรอยหางตา
  • Bunny Lines บริเวณจมูก
  • กล้ามเนื้อกราม
  • ริ้วรอยบริเวณรอบปากบางประเภท
  • คางที่มีลักษณะเป็นคลื่นหรือผิวเปลือกส้ม
  • กล้ามเนื้อบริเวณลำคอตามข้อบ่งชี้

Botox ช่วยลดริ้วรอยได้อย่างไร?

ริ้วรอยบนใบหน้าบางประเภทเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ขณะแสดงสีหน้า เช่น การยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือยกคิ้ว เรียกว่า Dynamic Wrinkles

เมื่อ Botulinum Toxin ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าว รอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวสามารถดูน้อยลงได้

อย่างไรก็ตาม ริ้วรอยที่เห็นชัดแม้ไม่ได้แสดงสีหน้า หรือ Static Wrinkles อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพผิวและการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อร่วมด้วย จึงอาจต้องประเมินวิธีอื่นเพิ่มเติม

Botox ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

Botox หน้าผาก

ใช้เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดเส้นแนวนอนบริเวณหน้าผาก การวางตำแหน่งต้องคำนึงถึงการทำงานของกล้ามเนื้อที่ช่วยยกคิ้ว เพื่อรักษาสมดุลของการแสดงสีหน้า

Botox รอยขมวดคิ้ว

ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณหว่างคิ้วที่ทำให้เกิด Glabellar Lines หรือรอยขมวดคิ้ว

Botox หางตา

ใช้กับ Crow’s Feet หรือริ้วรอยบริเวณหางตาที่เห็นชัดขึ้นขณะยิ้มหรือแสดงสีหน้า

Botox กราม

ในผู้ที่มีกรามดูกว้างจาก Masseter Muscle สามารถใช้ Botulinum Toxin เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อดังกล่าว และเมื่อเวลาผ่านไปขนาดของกล้ามเนื้ออาจลดลง

อย่างไรก็ตาม หากใบหน้ากว้างจากโครงสร้างกระดูกหรือไขมัน การฉีด Botox กรามอาจไม่สามารถแก้สาเหตุนั้นได้

Botox คาง

สามารถใช้ในผู้ที่มีการทำงานของ Mentalis Muscle จนทำให้ผิวบริเวณคางมีลักษณะเป็นคลื่นหรือคล้ายผิวเปลือกส้ม

Botox ปรับรูปหน้าได้อย่างไร?

Botox ไม่ใช่สารเติมเต็ม จึงไม่ได้เพิ่ม Volume ให้กับใบหน้า แต่สามารถใช้ปรับการทำงานหรือขนาดของกล้ามเนื้อบางตำแหน่งได้

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ Masseter Botox ในผู้ที่มีกล้ามเนื้อกรามขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้ Lower Face ดูกว้าง

ก่อนฉีดจึงควรวิเคราะห์ว่าใบหน้าที่ดูกว้างเกิดจาก กระดูก กล้ามเนื้อ ไขมัน หรือหลายองค์ประกอบร่วมกัน เพื่อเลือกวิธีที่ตรงกับสาเหตุ

Botox ช่วยยกคิ้วได้ไหม?

สามารถใช้ปรับสมดุลของกล้ามเนื้อรอบคิ้วในบางกรณี เพื่อให้ตำแหน่งหรือรูปทรงของคิ้วเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หรือที่บางครั้งเรียกว่า Chemical Brow Lift

แต่ผลแตกต่างจากการทำ Surgical Brow Lift อย่างชัดเจน เพราะ Botox ไม่ได้ยกหรือเคลื่อนเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยโดยตรง

ผู้ที่มี Brow Ptosis หรือความหย่อนของหน้าผากมากจึงควรได้รับการประเมินสาเหตุก่อน

Botox กับ Filler ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองเป็นหัตถการฉีด แต่มีหลักการต่างกัน

Botox ใช้เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะตำแหน่ง ขณะที่ Filler ใช้เพิ่ม Volume หรือปรับ Contour ของเนื้อเยื่อ

ดังนั้น หากปัญหาเกิดจากกล้ามเนื้อ เช่น รอยขมวดคิ้ว อาจพิจารณา Botulinum Toxin แต่หากเกิดจาก Volume Loss อาจต้องประเมินวิธีเพิ่มปริมาตรแทน

Botox เห็นผลเมื่อไร?

Botulinum Toxin ไม่ได้ออกฤทธิ์เต็มที่ทันทีหลังฉีด การเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ เกิดขึ้นหลังการรักษา และต้องใช้ระยะเวลาระยะหนึ่งก่อนประเมินผลของกล้ามเนื้อได้เหมาะสม

ระยะเวลาการตอบสนองและระดับของผลลัพธ์แตกต่างกันตามตำแหน่ง กล้ามเนื้อ ปริมาณที่ใช้ และแต่ละบุคคล

Botox อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลของ Botulinum Toxin เป็น ผลชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปการทำงานของกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมา

ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันตาม

  • ตำแหน่งที่ฉีด
  • ขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • ปริมาณและผลิตภัณฑ์ที่ใช้
  • การตอบสนองของแต่ละบุคคล
  • ประวัติการรักษาก่อนหน้า

จึงไม่ควรกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนเหมือนกันสำหรับทุกคน

ฉีด Botox แล้วหน้าจะแข็งไหม?

ระดับการเคลื่อนไหวหลังฉีดขึ้นอยู่กับ ตำแหน่ง ปริมาณ และเป้าหมายของการรักษา

การรักษาไม่จำเป็นต้องทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนหยุดเคลื่อนไหวทั้งหมด แพทย์สามารถวางแผนระดับการลดการทำงานของกล้ามเนื้อตาม Anatomy และ Facial Expression ของแต่ละบุคคล

ใครบ้างที่อาจเหมาะกับ Botox?

สามารถเข้ารับการประเมินได้หากมีปัญหา เช่น

  • ริ้วรอยหน้าผากจากการแสดงสีหน้า
  • รอยขมวดคิ้ว
  • ริ้วรอยหางตา
  • Bunny Lines
  • กล้ามเนื้อกรามเด่น
  • คางเป็นคลื่นจาก Mentalis Muscle
  • ต้องการปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อบางตำแหน่ง
  • ต้องการปรับรูปหน้าที่สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อ

แพทย์ควรซักประวัติ สุขภาพ ยาที่ใช้ และข้อห้ามก่อนการฉีดทุกครั้ง

Botox มีความเสี่ยงหรือไม่?

Botulinum Toxin เป็นหัตถการทางการแพทย์และมีความเสี่ยง เช่น ปวด บวม ช้ำ ปวดศีรษะ ความไม่สมมาตร หรือผลจากการลดการทำงานของกล้ามเนื้อในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ

ภาวะแทรกซ้อนบางประเภทอาจเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียง เช่น หนังตาหรือคิ้วตก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและ Anatomy

จึงควรได้รับการประเมินและฉีดโดยแพทย์ที่มีความเข้าใจโครงสร้างใบหน้า

หลังฉีด Botox ควรดูแลอย่างไร?

หลังฉีดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็นในช่วงแรก

หากมีอาการผิดปกติ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ กลืนลำบาก หายใจลำบาก หรืออาการที่น่ากังวล ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการประเมินทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศัลยกรรมจมูก (FAQ)

Botox กับ Botulinum Toxin เหมือนกันไหม?

คำว่า Botox มักถูกใช้ทั่วไปเพื่อหมายถึงการฉีด Botulinum Toxin แต่ในทางเทคนิค Botox เป็นชื่อทางการค้าของผลิตภัณฑ์หนึ่ง การระบุผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริงจึงควรใช้ชื่อให้ถูกต้อง

หากกรามกว้างเกิดจาก Masseter Muscle การลดการทำงานของกล้ามเนื้อสามารถทำให้ขนาดของกล้ามเนื้อเปลี่ยนแปลงตามเวลาได้ แต่หากเกิดจากกระดูกหรือไขมัน ผลจะแตกต่างออกไป

ไม่ ริ้วรอยที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมักเป็นเป้าหมายหลัก ส่วน Static Wrinkles อาจต้องประเมินคุณภาพผิวและ Volume Loss ร่วมด้วย

ไม่มีช่วงเวลาที่เหมาะสมเหมือนกันสำหรับทุกคน ควรประเมินการกลับมาของ Muscle Activity และความจำเป็นก่อนฉีดครั้งต่อไป

เมื่อฤทธิ์ของ Botulinum Toxin ลดลง กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงาน ไม่ได้หมายความว่าการหยุดฉีดจะทำให้ใบหน้าแย่ลงโดยตรงจากตัว Botox

บริการอื่น ๆ