ขนตาทิ่มตาในเด็ก หรือภาวะขนตาล่างม้วนเข้า (Epiblepharon) คือหนึ่งในปัญหาสุขภาพตาที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในเด็กเชื้อสายเอเชีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นในระยะยาว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ภาวะนี้เกิดจากกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณเปลือกตามากเกินจนดันขนตาให้เกิดการม้วนเข้า และเสียดสีกระจกตา ทำให้เกิดอาการระคายเคือง น้ำตาไหล กระจกตาถลอกเป็นแผล อาจส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้เกิดสายตาเอียงและมีความเส่ยงของกระจกตาติดเชื้อ ซึ่งอาจรุนแรงจนสูญเสียการมองเห็นได้ พบในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในเด็กเชื้อชาติเอเชีย และเด็กที่มีภาวะอ้วน พบที่เปลือกตาล่างมากกว่าเปลือกตาบน มักเป็นมากที่บริเวณหัวตา และมักเป็นทั้งสองข้าง หากสังเกตุพบอาการเหล่านี้ควรพาเด็ก ๆ มาพบจักษุแพทย์นะคะ >> เคืองตา ขยี้ตาบ่อยๆ บีบตากระพริบตาบ่อยๆ ตาแดง เจ็บตา น้ำตาไหล <<


สาเหตุของภาวะขนตาล่างม้วนเข้า
ภาวะนี้เกิดจากกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณเปลือกตามีปริมาณมากเกินไป ทำให้ขนตาถูกดันให้ม้วนเข้าด้านใน เสียดสีกับกระจกตาโดยตรง มักพบใน:
- เด็กเล็ก โดยเฉพาะเชื้อสายเอเชีย
- เด็กที่มีภาวะอ้วน
- เปลือกตาล่างบริเวณหัวตามักเป็นมากที่สุด
- มักพบทั้งสองข้าง
อาการที่ควรสังเกต
หากบุตรหลานของคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบจักษุแพทย์ :
- เคืองตา ขยี้ตาบ่อย
- ตาแดง เจ็บตา
- น้ำตาไหล กระพริบตาบ่อย
- มีแผลถลอกที่กระจกตา
- มองเห็นไม่ชัด หรือเริ่มมีสายตาเอียง
อันตรายจากการปล่อยไว้โดยไม่รักษา
หากปล่อยให้ขนตาทิ่มตาเรื้อรังโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ :
- ภาวะกระจกตาอักเสบติดเชื้อ
- การมองเห็นผิดปกติถาวร
- ความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นในอนาคต
วิธีรักษาภาวะขนตาล่างม้วนเข้า
ผู้ป่วยส่วนหนึ่งสามารถดีขึ้นได้เอง และหายได้เนื่องจากเมื่อโตขึ้นกระดูกใบหน้าเปล่ยนแปลงทำให้ อาการดังกล่าวดีขึ้นได้แต่ควรติดตามอาการเป็นระยะกับจักษุแพทย์เพื่อตรวจค่าสายตา และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดกับกระจกตา ร่วมกับการใช้ยาหยอดกลุ่มน้ำตาเทียมอย่างสม่ำเสมอ กรณีที่มีค่าสายตาผิดปกติ มีภาวะกระจกตาถลอกรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาหยอด และผู้ป่วยที่อาการไม่หายไปแม้ว่าจะโตขึ้นแล้ว เป็นกลุ่มที่ควรได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด
การผ่าตัดจะเป็นการตัดกล้ามเนื้อและผิวหนังส่วนที่เกินออกที่บริเวณใต้ต่อขอบเปลือกตาประมาณ 2-3 mm. แล้วเย็บกล้ามเนื้อบริเวณขอบเปลือกตากับกระดูกอ่อนเปลือกตาเพื่อพลิกแนวขนตาให้ออกห่างจากกระจกตา ซึ่งมีหลากลายเทคนิคในรายละเอียดขึ้นกับความชำนาญของแพทย์ผู้ผ่าตัด และความรุนแรงของผู้ป่วย หากมีภาวะดังกล่าว แนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุตกแต่งและเสริมสร้าง (Oculoplastic Surgeon) นะคะ
- การดูแลแบบไม่ผ่าตัด
- ใช้ยาหยอดตากลุ่มน้ำตาเทียมเพื่อป้องกันการระคายเคือง
- ติดตามค่าสายตาและตรวจสภาพกระจกตาอย่างสม่ำเสมอ
- ในเด็กบางรายอาการอาจดีขึ้นเองเมื่อโตขึ้น เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าเปลี่ยน
- การผ่าตัดรักษา แนะนำในกรณีที่:
- มีภาวะสายตาผิดปกติร่วมด้วย
- กระจกตาถลอกรุนแรง
- อาการไม่ดีขึ้นแม้โตขึ้นแล้ว
เทคนิคการผ่าตัด:
ตัดผิวหนังและกล้ามเนื้อส่วนเกินใต้ขอบเปลือกตา แล้วเย็บปรับแนวขนตาให้หันออกจากกระจกตา เพื่อลดการเสียดสี เทคนิคการผ่าตัดอาจแตกต่างกันตามความรุนแรงของอาการและความเชี่ยวชาญของแพทย์
