การดูแลตัวเองหลังการดูดไขมัน
- การรับประทานยาปฏิชีวนะ: หากแพทย์สั่งยาปฏิชีวนะ ควรรับประทานตามขนาด วิธีใช้ และระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยไม่ควรปรับหรือหยุดยาเอง
- การนอนหลังดูดไขมัน: สำหรับการดูดไขมันบริเวณใบหน้า แก้ม หรือเหนียง ควรนอนหงายและหนุนศีรษะให้สูงประมาณ 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะในช่วง 3 วันแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและฟกช้ำ
- การประคบเย็น: สามารถประคบเย็นบริเวณที่ดูดไขมันอย่างเบามือในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด ตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ โดยประคบประมาณ 5 นาที และพัก 5 นาทีสลับกัน หลีกเลี่ยงการประคบต่อเนื่องเป็นเวลานาน การกดทับแผล และการวางน้ำแข็งลงบนผิวหนังโดยตรง
- การประคบอุ่น: อาจเริ่มประคบอุ่นได้หลังวันที่ 3 ตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ เมื่อไม่มีข้อห้ามหรือภาวะแทรกซ้อน โดยใช้ความอุ่นระดับพอเหมาะและหลีกเลี่ยงการประคบบริเวณแผลเปิดโดยตรง
- การตัดไหม: โดยทั่วไปศัลยแพทย์อาจนัดตัดไหมประมาณ 7–10 วันหลังดูดไขมัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำหัตถการ ลักษณะของแผล และอัตราการสมานตัวของเนื้อเยื่อในแต่ละบุคคล
- การป้องกันแผลเปียกน้ำ: หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลผ่าตัดโดนน้ำโดยตรงในช่วงประมาณ 7 วันแรก หรือตามระยะเวลาที่ศัลยแพทย์กำหนด โดยดูแลความสะอาดของแผลตามคำแนะนำของคลินิก
- การดูแลของเหลวที่ซึมออกจากแผล: ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังดูดไขมัน อาจมีน้ำยาชาที่ใช้ระหว่างหัตถการ น้ำเหลือง หรือของเหลวปนเลือดจาง ๆ ซึมออกจากรูแผลได้ ควรใช้ผ้าก๊อซสะอาดซับเบา ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีเลือดออกมากผิดปกติหรือไหลไม่หยุด ควรติดต่อคลินิกทันที
- วิตามินและอาหารเสริม: ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับวิตามินและอาหารเสริมทุกชนิดที่รับประทานอยู่ เนื่องจากบางผลิตภัณฑ์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกหรือมีผลต่อการฟื้นตัว แพทย์อาจแนะนำให้งดอาหารเสริมบางชนิดประมาณ 7 วันหลังดูดไขมัน สำหรับผลิตภัณฑ์คอลลาเจนบริสุทธิ์ 100% ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เช่นเดียวกัน
- อาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยง: งดอาหารรสจัด เค็มจัด เผ็ดจัด อาหารร้อนจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์หลังดูดไขมัน ตามแนวทางของคลินิกและคำแนะนำของศัลยแพทย์
- การออกกำลังกาย: งดการออกกำลังกายหนักเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนหลังดูดไขมัน โดยสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ตามสภาพร่างกายและคำแนะนำของศัลยแพทย์
- การสวมผ้ารัดกระชับ: ควรสวมผ้ายืดหรืออุปกรณ์รัดกระชับ (Compression Garment / Supportive Strap) บริเวณที่ดูดไขมันตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ โดยแนวทางของคลินิกอาจให้สวมต่อเนื่องในช่วง 3–4 วันแรก จากนั้นสวมวันละประมาณ 10–12 ชั่วโมงต่อเนื่องอีก 2 เดือน เพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่อและลดอาการบวม ทั้งนี้ระยะเวลาและความกระชับที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่งและเทคนิคการดูดไขมัน ไม่ควรรัดแน่นจนมีอาการปวด ชา หรือผิวหนังเปลี่ยนสี
- การทาขี้ผึ้งดูแลแผล: หลังเปิดแผลประมาณวันที่ 3 หากศัลยแพทย์แนะนำ ให้ทาขี้ผึ้งยาที่คลินิกจัดให้บาง ๆ บริเวณแผลวันละ 3–4 ครั้ง หรือตามความถี่ที่กำหนด และอาจให้ใช้ต่อเนื่องอีกประมาณ 7 วันหลังตัดไหม ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของยาที่ได้รับ
- อาการบวมและระยะเวลาการเข้าที่: สำหรับการดูดไขมันบริเวณแก้มและเหนียง อาการบวมอาจเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 2 และรูปทรงใบหน้าอาจค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 3 เดือนหลังการดูดไขมัน อย่างไรก็ตาม การยุบบวมและการกระชับของผิวหนังอาจใช้เวลานานกว่านั้นในบางราย ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ดูดออก สภาพผิว และการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล
- การใช้ยาแก้อักเสบและยาป้องกันการติดเชื้อ: ควรรับประทานยาที่ศัลยแพทย์สั่งตามข้อบ่งใช้ ขนาดยา และระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะหากได้รับตามแผนการรักษา ไม่ควรซื้อยาเพิ่มเติม ปรับขนาดยา หรือหยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์