การดูแลตัวเองหลังการฉีดฟิลเลอร์ (Filler)
- การทายาบริเวณรอยเข็ม: หากแพทย์จัดยาทาสำหรับบริเวณรอยเข็ม ให้ทายาบาง ๆ ในช่วงเช้าและเย็นต่อเนื่องประมาณ 3–5 วันหลังฉีด หรือตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
- การรับประทานยาและดื่มน้ำ: รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยอาจตั้งเป้าหมายประมาณ 2 ลิตรต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีข้อจำกัดด้านการดื่มน้ำ ทั้งนี้ควรปรับตามสภาพร่างกายและคำแนะนำของแพทย์
- การประคบเย็นกรณีฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก: หากฉีดฟิลเลอร์บริเวณริมฝีปาก สามารถประคบเย็นอย่างเบามือหลังฉีดตามคำแนะนำของแพทย์ โดยประคบประมาณ 15 นาที แล้วพัก 15 นาทีสลับกัน ในช่วง 2 ชั่วโมงแรกหรือภายใน 24 ชั่วโมงตามความเหมาะสม ควรใช้ผ้าสะอาดห่อแผ่นประคบเย็นและหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่ฉีดโดยตรง
- การออกกำลังกาย: งดการออกกำลังกายอย่างหนักอย่างน้อย 6 ชั่วโมงหลังฉีด หรือนานกว่านั้นตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวมและฟกช้ำ
- การหลีกเลี่ยงแสงแดด: ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูงเป็นเวลาประมาณ 7 วันหลังฉีด โดยเฉพาะหากบริเวณที่ฉีดยังมีอาการบวม แดง หรือระคายเคือง
- การทำ RF และ Laser: ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการด้วยคลื่นวิทยุ (RF) หรือเลเซอร์ (Laser) บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์เป็นเวลาประมาณ 2 เดือนตามแนวทางของคลินิก ทั้งนี้ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามชนิดฟิลเลอร์ ประเภทเครื่องมือ และตำแหน่งที่ฉีด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการ
- การแต่งหน้า: สามารถเริ่มแต่งหน้าได้ในวันรุ่งขึ้นหลังฉีด หากบริเวณรอยเข็มไม่มีอาการผิดปกติ โดยควรใช้เครื่องสำอางและอุปกรณ์ที่สะอาด รวมถึงหลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ