- นอนหงายศีรษะสูง 7 วัน หลังการผ่าตัด เพื่อลดอาการบวมช้ำ (หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ/ตะแคง) เป็นเวลา 2 สัปดาห์
- รับประทานอาหารเย็นๆ , เหลว , อ่อนๆ 1-2 สัปดาห์
- งดอาหารร้อน , รสจัด , เผ็ด ,หมักดอง อาหารเสริมทุกชนิด 1-2 สัปดาห์ (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสภาวะหลังการผ่าตัดของแต่ละบุคคล) รับประทานยาแก้อักเสบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจนหมด และครบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- งดอาหารเสริมและวิตามินต่างๆ (ยกเว้นคอลลาเจนบริสุทธิ์ เช่น Colla Pure และ Surtamin ลดบวม) เนื่องจากอาหารเสริมและวิตามินทั่วไป ทำให้เกล็ดเลือกทำงานลดลง จึงอาจทำให้เลือดออกหลังการผ่าตัดได้ให้งดนาน 7 – 14 วัน ตามดุลยพินิจของแพทย์
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ กาแฟ 2 สัปดาห์ งดสูบบุหรี่ 2 เดือน
- งดเว้นการพูดคุยบ่อยๆ หรือการทาน หรือเคี้ยว อาหารแข็งๆ ประมาณ 2 สัปดาห์
- ประคบเย็นบริเวณที่ผ่าตัด เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง โดยประคบเป็นพักๆ (ประคบ 15 นาที พัก 5 นาที สลับกัน) ไม่ควรประคบต่อเนื่องนานเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการ Burn จากความเย็นได้
- งดออกกำลังกาย 1 เดือน (ยกเว้นออกกำลังกายเบาๆ ทำได้หลังจากผ่าตัด 2 สัปดาห์)
- สามารถเริ่มทำหน้า เช่น มาร์คหน้า , ทำหน้า (treatment) โดยไม่ใช้เครื่องมือ ได้หลังผ่าตัด 1 เดือน แต่สำหรับ การนวดหน้า , การยิงเลเซอร์ (Laser) , คลื่นวิทยุ (RF) ต้องรอ 1 เดือนเป็นอย่างต่ำ กรณีที่จะร้อยไหม หรือทำ Thermage , Ulthera , HIFU ควรรอ 3 เดือนขึ้นไป
- ห้ามทายาทารอยแผลเป็น หรือครีมอะไรทาทั้งสิ้น จนกว่าแพทย์จะบอกให้ทาได้
- แปรงฟันเบาๆ แนะนำให้ใช้แปรงสีฟันของเด็กอันเล็กๆ ของเด็กไปก่อน 7-14 วัน เผื่อหลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง
- หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำจนถึงวันนัดตัดไหม
- ทางคลินิกฯ จะนัดมาเปิดแผลหลังผ่าตัด 3 วัน และตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด (บางกรณีอาจตัดไหมในวันที่ 10 หรือ 14 ตามดุลยพินิจของแพทย์)
- หลังเปิดแผลแล้ว ให้ทาแผลด้วยขี้ผึ้งยาบาง ๆ บริเวณแผลผ่าตัด เช้า – เย็น ต่อเนื่อง 1-2 สัปดาห์
- การทำความสะอาดแผล ใช้ก้านสำลี (Cotton buds) ชุบน้ำเกลือที่สะอาด ซับทำความสะอาดแผลเบาๆ โดยไม่ถูแรง ตั้งแต่หลังผ่าตัดใหม่ๆ จนถึงวันนัดตัดไหม โดยไม่ปล่อยให้เกิดสะเก็ดแผลเกรอะกรัง เพราะจะทำให้แผลหายช้าและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น (งดการใช้แอลกอฮอล์ หรือ เบต้าดีน ทำความสะอาดแผล)
- งดยาระงับปวดประเภทแอสไพรินและยากลุ่ม NSAIDs โดยเด็ดขาด เช่น ยาพอนสแตน (Ponstan) กับยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เป็นต้น เนื่องจากจะทำให้เลือดออกหลังผ่าตัดมากขึ้น และบวมช้ำนานขึ้น
- ผลข้างเคียง / ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นชั่วคราว อาการดังกล่าวจะหายไปเองภายใน 1 – 3 เดือน ได้แก่
- อาการชาที่เกิดจากการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทรับความรู้สึก
- อาการกลืนลำบาก หรือติดขัดในเคสที่แพทย์ผ่าตัดแขวนกระดูกไฮออยด์ (hyoid bone) ให้สูงขึ้น
- อาจคลำเป็นไตแข็งๆ บริเวณผ่าตัดได้ หลังตัดไหม 1 – 2 สัปดาห์ สามารถนวดบริเวณลำคอ เหนียงเช้า และก่อนนอน เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียน และทำให้อาการดังกล่าวดีขึ้น
- การขยับมุมปากอาจผิดปกติได้จากภาวะบวมช้ำที่อาจมีการกดทับ หรือรบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่มรผลต่อการยกตัวของมุมปากได้ชั่วคราว
- ทางคลินิกจะนัดมาเปิดแผลในวันที่ 1, 3, 7, 14 วัน เพื่อ
- ทำความสะอาดแผล
- ตรวจเช็คระบบ Drain น้ำเหลือง (ถ้ามีการวางสาย Drain หลังผ่าตัด)
- ฉายแสง Low-Level Laser เพื่อลดอาการบวมและฟื้นฟูแผลให้หายเร็วขึ้น
- เอาสาย Drain ออกและตัดไหม (ตามดุลยพินิจของแพทย์)
- เพื่อให้แผลผ่าตัดหายและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง ดื่มน้ำ 6 – 8 แก้ว/วัน และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและย่อยง่ายให้เพียงพอ ที่สำคัญไม่เครียด ไม่กังวล เพื่อการส่งเสริมให้ฮอร์โมนกลุ่มซ่อมแซมและเสริมสร้างหลั่งได้ตามปกติ
- ถ้าคนไข้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด หรือสงสัยว่ามีภาวะแทรกซ้อนใดๆ สามารถติดต่อทีมดูแลหลังผ่าตัด (Post surgery care team) ที่ Line OA : @drgornaesthetique หรือโทร 089 130 5448