การใช้ยา
- ยารับประทาน: รับประทานยาตามที่ศัลยแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หากได้รับยาปฏิชีวนะ ควรรับประทานตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ อาจรู้สึกปวดบริเวณที่ผ่าตัด สามารถรับประทานยาแก้ปวดที่คลินิกจัดให้ตามคำสั่งแพทย์ กรณีได้รับ Tylenol (Paracetamol 500 mg) ให้รับประทานตามขนาดและความถี่ที่แพทย์ระบุ โดยไม่รับประทานเกินขนาดสูงสุดที่เหมาะสม และระวังการใช้ร่วมกับยาอื่นที่มี Paracetamol เป็นส่วนประกอบ หากได้รับยาลดบวม ให้รับประทานตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยขนาดยา เวลาในการรับประทาน และคำแนะนำเรื่องอาหารอาจแตกต่างกันตามชนิดของยาที่ได้รับ
- ยาหยอดตา: หากแพทย์สั่งยาหยอดตาเพื่อดูแลดวงตาหลังผ่าตัด ให้หยอดตาทั้ง 2 ข้าง หรือตามข้างที่แพทย์ระบุ โดยทั่วไปตามแนวทางของคลินิกอาจกำหนดวันละ 4 ครั้ง ได้แก่ เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของยา
- ยาป้ายตา: หากได้รับยาป้ายตาเพื่อช่วยลดอาการระคายเคืองหรือป้องกันตาแห้ง ให้ใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยอาจแนะนำให้ป้ายก่อนนอน เนื่องจากยาป้ายตาอาจทำให้มองเห็นไม่ชัดชั่วคราว สำหรับผู้ที่ผ่าตัดหนังตาบน หากไม่มีอาการตาแห้งหรือระคายเคือง แพทย์อาจพิจารณาว่าไม่จำเป็นต้องใช้ยาป้ายตา
- ยาขี้ผึ้งสำหรับทาแผล: ใช้ยาขี้ผึ้งที่คลินิกจัดให้ทาบริเวณแผลผ่าตัด เพื่อดูแลแผลและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อตามข้อบ่งใช้ของยาที่ได้รับ
- วิธีทายาบริเวณแผลผ่าตัด: ใช้ก้านสำลีสะอาด (Cotton Bud) ทายาบาง ๆ หลังทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ เพื่อขจัดคราบน้ำเหลืองและคราบเลือดอย่างเบามือ ในช่วง 3 วันแรก คลินิกอาจแนะนำให้ดูแลแผลวันละ 4–6 ครั้ง และหลังจากนั้นลดลงเหลือวันละ 3–4 ครั้งจนถึงวันตัดไหม ทั้งนี้ควรใช้ยาตามความถี่ที่แพทย์กำหนด และหลังตัดไหมอาจใช้ต่ออีกประมาณ 1 สัปดาห์ตามการประเมินของแพทย์
- น้ำตาเทียม: ใช้เพื่อบรรเทาอาการตาแห้งและระคายเคืองดวงตาหลังผ่าตัด โดยหยอดตามคำแนะนำของแพทย์และความถี่ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์
- อาการหลับตาไม่สนิท: ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ผู้เข้ารับการผ่าตัดบางรายอาจมีอาการหลับตาไม่สนิทหรือระคายเคืองดวงตา โดยเฉพาะหลังการผ่าตัดแก้ไขหนังตาตก อาการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการบวมของเนื้อเยื่อหลังผ่าตัดและสามารถค่อย ๆ ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากหลับตาไม่สนิท ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินและป้องกันภาวะกระจกตาแห้งหรือบาดเจ็บ
การดูแลแผลผ่าตัด
- หลังผ่าตัด เจ้าหน้าที่อาจติดเทปบริเวณเหนือหนังตาบนเพื่อช่วยพยุงแผล โดยทั่วไปอาจติดไว้ประมาณ 2 วัน และควรถอดตามคำแนะนำของแพทย์
- หากเทปหรือกระดาษปิดแผลบริเวณหางตาหลุดออกเอง ไม่ควรตกใจ แต่ควรแจ้งคลินิกเพื่อรับคำแนะนำ และใช้ยาขี้ผึ้งตามที่แพทย์สั่ง
- ในช่วง 1–2 วันแรกหลังผ่าตัด อาจมีน้ำเหลืองหรือเลือดจาง ๆ ซึมออกจากแผลได้เล็กน้อย สามารถใช้ก้านสำลีหรือผ้าก๊อซสะอาดชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อซับคราบน้ำเหลืองและคราบเลือดอย่างเบามือ โดยเฉพาะช่วง 4–6 ชั่วโมงแรกที่อาจมีของเหลวซึมออกมาบ้าง ไม่ควรปล่อยให้คราบเลือดหรือน้ำเหลืองสะสมจนแห้งติดแผล และไม่ควรแกะสะเก็ดแผลด้วยตนเอง
- หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลผ่าตัดโดนน้ำโดยตรงจนกว่าจะตัดไหม หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต ยกเว้นน้ำเกลือปราศจากเชื้อที่ใช้ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำ
- การประคบเย็น: สามารถประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาอย่างเบามือเป็นระยะในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด เพื่อช่วยลดอาการบวมและฟกช้ำ ควรใช้ผ้าสะอาดรองระหว่างแผ่นประคบกับผิวหนัง ไม่วางความเย็นจัดลงบนผิวโดยตรง และหลีกเลี่ยงการกดทับดวงตาหรือแผลผ่าตัด
- หากขี้ผึ้งที่ทาไว้หลุดออก ให้ทายาใหม่ตามคำแนะนำของแพทย์ หลังผ่าตัดครบประมาณ 3 วัน หากยังมีอาการบวมช้ำ แพทย์อาจแนะนำให้ประคบอุ่นเป็นระยะตามความเหมาะสมของแผล
- ในช่วง 5 วันแรกหลังผ่าตัด อาจพบอาการบวมและฟกช้ำบริเวณเปลือกตา โดยอาการมักค่อย ๆ ลดลงภายใน 1–2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและการเข้าที่ของผลลัพธ์หลังผ่าตัดอาจใช้เวลาประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับลักษณะการผ่าตัดและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
- สำหรับการผ่าตัดหนังตาบนหรือทำตาสองชั้น ในช่วงแรกหลังผ่าตัดชั้นตาอาจดูใหญ่หรือสูงกว่าที่คาดไว้เนื่องจากอาการบวม ชั้นตาจะค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือน หรือมากกว่านั้นในบางราย
- หลังตัดไหม หากแพทย์แนะนำ สามารถทาขี้ผึ้งยาบริเวณแผลในช่วงเช้าและเย็นต่ออีกประมาณ 7 วัน ตามการประเมินการสมานตัวของแผล
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือครีมรักษาแผลเป็นที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากคลินิก เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังรอบดวงตา
การดูแลตัวเองทั่วไป
- ในช่วง 2 วันแรกหลังผ่าตัด ควรนอนยกศีรษะสูงประมาณ 30 องศา เพื่อช่วยลดอาการบวมบริเวณเปลือกตา
- แนะนำให้นอนหงายและหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนตะแคง โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรก ทั้งนี้แพทย์อาจแนะนำให้นอนหงายต่อเนื่องประมาณ 1 เดือนตามลักษณะการผ่าตัด
- งดอาหารรสจัด อาหารเผ็ดจัด อาหารร้อนจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงชาและกาแฟ ตามระยะเวลาที่คลินิกแนะนำ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด
- ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก อาจมีอาการหลับตาไม่สนิท ตาแห้ง หรือระคายเคืองตา เนื่องจากการบวมของเนื้อเยื่อ ควรใช้น้ำตาเทียมและยาป้ายตาตามคำแนะนำของแพทย์ และแจ้งแพทย์หากมีอาการหลับตาไม่สนิทหรือระคายเคืองต่อเนื่อง
- สำหรับผู้ที่ผ่าตัดหนังตาบน ทำตาสองชั้น หรือแก้ไขกล้ามเนื้อหนังตาตก อาจมีอาการระคายเคืองเล็กน้อยขณะลืมตาในช่วงแรกหลังผ่าตัด อาการอาจค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการปวดตา ตามัว หรือระคายเคืองมากขึ้นควรพบแพทย์ทันที และห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด
- งดการใช้คอนแทคเลนส์เป็นเวลา 1 เดือน หรือตามคำแนะนำของศัลยแพทย์
- งดการใช้แว่นตาสำหรับว่ายน้ำเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดบริเวณเปลือกตา
- งดการออกกำลังกายหนัก การเข้าซาวน่า และการนวดบริเวณผ่าตัดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 เดือน เนื่องจากการสูบบุหรี่อาจทำให้แผลหายช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของแผล
- หลีกเลี่ยงการเลิกคิ้วแรง ๆ หรือขยับกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากมากเกินไปในช่วง 2 สัปดาห์แรก ตามคำแนะนำของศัลยแพทย์
- หากมีอาการท้องผูกหรือเป็นหวัดหลังการผ่าตัด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลอย่างเหมาะสม